September 17, 2021

จากจุกที่ตกต่ำที่สุดของนักเตะมักกะโรนีสู่แชมป์

1 min read

ทีมที่ตกรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018  อย่างน่าเศร้า จะคว้าแชมป์ยูโร 2020 เป็นอย่างมากใหญ่ขนาดนี้
วันที่อิตาลีแพ้ประเทศสวีเดนในรอบเพลย์ออฟ ไม่อาจจะผ่านไปเล่นบอลโลกที่รัสเซียได้ สื่อมวลชนใช้คำว่า “นี่เป็นจุดต่ำสุดของแวดวงบอลในประเทศ” แต่ว่าเพียงแค่ในพริบตาแค่นั้น ช่องว่างสั้นๆเพียงแค่ 3 ปี จากกลุ่มที่มองไม่มีแนวทาง กลับกลายร่างแปลงเป็นยอดกลุ่ม แล้วก็ครอบครองแชมป์ ยูโร ได้อย่างน่าพิศวง
ที่น่าดึงดูดที่สุดเป็น การได้แชมป์ของอิตาลี มิได้พึ่ง “โกลเด้นเจเนเรชั่น”
โกลเด้นเจเนเรชั่น แสดงว่ายุครุ่งโรจน์ เป็นสมัยที่นัก ฟุตบอล ระดับสตาร์เติบโตขึ้นมาพร้อม เช่น ประเทศสเปนในตอน 2008-2012 ที่มีกรุ๊ปนักฟุตบอลอย่าง อิเนียสต้า, ชาบี, โคนร์เรส, รามอส และก็ กาซียาส ทะยานสู่จุดพีกพร้อมเพียงกัน ก็เลยคว้าชัยชนะได้รัวๆ
แต่ว่าอิตาลีในปี 2021 ไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมา พวกเขามิได้มีผู้เล่นโกลเด้นเจเนเรชั่น ตรงกันข้าม นัก ฟุตบอล โดยรวมๆมีชื่อปานกลาง นักฟุตบอล ส่วนมากก็ดังเพียงแค่ในประเทศตนเองเพียงแค่นั้น มิได้โด่งดังระดับประเทศอะไรขนาดนั้น
แม้กระนั้นกลุ่มที่ไม่มีสตาร์เลย กลายเป็นกลุ่มที่ยอดเยี่ยมใน ยูโร คราวนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นการปรากฏอันยากมากมายที่จะเกิดขึ้น
กลุ่มที่ไม่มีสตาร์ ถ้าหากคุณจะก้าวไปเป็นแชมป์บางทีอาจจะต้องเล่นเกมรับเต็มกำลังแบบกรีซ ใน ยูโร  2004 แต่ว่าอิตาลีก็มิได้ทำอย่างงั้น พวกเขาไม่คิดจะอุด แม้กระนั้นเดินหน้าฝ่า เรียกเสียงตบมือจากแฟนคลับในสนาม ทำให้ในที่สุดในยูโรคราวนี้ ก็เลยไม่ใช่แค่ครองแชมป์ แต่ว่าเป็นการได้แชมป์ที่ประทับดวงใจด้วย
กรณีของอิตาลี บางทีอาจใช้เป็นแถวทางให้ชาติอื่นๆที่เคยล้มเหลวมาก่อน ว่าถ้าเกิดมีการจัดแจงที่ดีพอเพียง คุณอาจจะคัมแบ็กกลับมายิ่งเป็น อิตาลี ทำยังไง?

เมื่อมีปัญหา ต้องสารภาพว่ามีปัญหา
วันที่อิตาลีไม่เข้ารอบเลือกบอลโลก กัซเซตต้า เดลโล่ สปอร์ต พาดหัวข่าวหน้า 1 ว่า “ตอนจบ” ในตอนที่แฟนบอลหมดเชื่อถืออย่างสิ้นเชิง บอลกลุ่มชาติมีความนิยมชมชอบเสื่อมโทรมที่สุดในรอบ 60 ปี
สิ่งที่สมาพันธ์บอลอิตาลีทำ ไม่ใช่แก้ตัว กล่าวว่าทำดีที่สุดแล้ว แม้กระนั้นนั่งพินิจพิจารณาต้นเหตุว่า ปัญหาอยู่ที่ไหนกันแน่ ผู้อำนวยการข้างเคล็ดลับ และก็ประธานสมาพันธ์ฯ นั่งสัมมนากัน และก็ได้บทสรุปว่า ที่อิตาลี มิได้แชมป์อะไรเลย มายาวนานนับเป็นเวลาหลายปี เป็นด้วยเหตุว่ากรรมวิธีการเล่นแบบค้างเตนัคโช่นั่นแหละ
ในบอลยุคสมัยใหม่ การมองจะอุด มันยากมากมายที่จะทำให้ท่านชนะ และก็ที่สำคัญการอุด ก็เกิดเรื่องยาก ที่กำลังจะได้จิตใจแฟนคลับทั่วๆไปด้วย ด้วยเหตุนั้นในเมื่อการตกรอบเลือกบอลโลก เป็นจุดต่ำสุดแล้ว เพราะเหตุใดไม่ทดสอบแปลงอิตาลี ให้มาเล่นเกมบุกไปเลยล่ะ
แล้วต่อจากนั้นเมื่อคิดจะแปลงสไตล์การเล่นจากรับเป็นรุก ก็จะต้องไปพบผู้ฝึกสอนที่ถูกใจเล่นเกมรุกมา รวมทั้งโน่นเป็นเหตุผลที่สมาพันธ์ฯ เลือกโรกางร์โต้ มันชินี่ ในขณะนั้นก็มีคนตั้งปัญหามากว่า มันชินี่ไม่ตกสมัยไปแล้วรึ (54 ปี) แถมอยู่ในตอนขาลงอีกต่างหาก เนื่องจากว่าย้ายไปคุมในลีกรัสเซีย มิได้อยู่กับกลุ่มใหญ่ แม้กระนั้นทางสมาพันธ์ฯ พินิจพิจารณาก็ดีแล้ว ว่าหากคิดจะให้อิตาลีเล่นเกมรุก ถ้าหากไม่ว่าจ้างผู้ฝึกสอนฝรั่งไปเลย ก็จำต้องใช้มันชินี่นี่ล่ะ
การตกรอบเลือกบอลโลก ในมุมของอิตาลี มันเป็นการตกต่ำ ผู้ฝึกสอนคนไหนกันแน่ที่ประสบผลสำเร็จมิได้ ก็จำเป็นต้องโดนเปลี่ยนแปลงออกโดยทันที ปัญหาก็มีอยู่ จะหลอกตัวเองไปเพราะอะไร
ลองนึกถึงว่า หากอิตาลียังยื้อให้จานปิเอโร เวนตูร่า ผู้ฝึกสอนที่ทำทีมไม่เข้ารอบ ได้ช่องทำงานต่อไปอีกสักทัวร์นาเมนต์ ถามคำถามว่า อิตาลีจะบรรลุเป้าหมายแบบวันนี้ได้ไหม … ก็คงยาก

ผู้ฝึกสอนผู้เดียวน้อยเกินไป แม้กระนั้นสตาฟฟ์จำต้องเข้มแข็งทั้งหมดทั้งปวง
โรกางร์โต้ มันชินี่ อาจมีไอเดียที่แจ่มกระจ่าง แต่ว่าสมาพันธ์รู้ดีว่า ผู้ฝึกสอนเพียงแค่ผู้เดียว ไม่พอจะปรับปรุงกลุ่มให้กล้าแกร่งได้ มันชินี่ไม่ใช่พระผู้เป็นเจ้า เขาจึงควรมีตัวช่วย ควรจะมีกรุ๊ปสตาฟฟ์ที่มีความรู้และมีความเข้าใจ รวมทั้งช่วยทำให้คำแนะนำได้ในทุกๆเรื่อง
คนแรกที่มากับมันชินี่ เป็นฟาอุสโต้ ซัลซาโน่ ที่เป็นผู้ช่วยมันชินี่มาตลอดตั้งแต่ที่ อินเตอร์, แมนฯสิตี้, กาลาตาซาราย รวมทั้งเซนิต เป็นเป็นมือขวากันมาอย่างนาน มันชินี่รับรองว่า ถ้าหากจะมีเขา ก็จะต้องมีซัลซาโน่ด้วย
แล้วต่อจากนั้น มันชินี่ ติดต่อจานลูก้า วิอัลลี่ เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มตั้งแต่ยุคเขาอยู่ซามพ์โดเรีย ให้มาอยู่ในกลุ่มสตาฟฟ์ด้วยอีกคน แน่ๆ ทุกคนรู้จักวิอัลลี่ดี ว่ามีดีกรีฝีเท้าระดับท็อป และก็เคยเป็นทั้งยังอดีตกาลนัก ฟุตบอล กลุ่มชาติ แถมด้วยครองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้วยุคอยู่กับยูเวนตุๆส เพราะฉะนั้นวิอัลลี่จะได้รับการเชื่อถือจากผู้เล่นอัตโนมัติ
ตำแหน่งของวิอัลลี่เรียกว่า Delegate Chief หรือหัวหน้าเงา ถ้าหากกิจกรรมอะไรก็ตามที่มันชินี่ไม่สามารถที่จะทำได้ด้วยตนเองได้ ก็จะส่งวิอัลลี่ไปจัดแจง เสมือนตอนบอลโลก 2006 ผู้จัดการทีมเป็นมาร์เซลโล่ ลิปปี้ แต่ว่าก็มีฝ่าจิ ริว่า เป็นหัวหน้าเงา ฯลฯ
ตามมาด้วย อัตติเตียนลิโอ ลอมบาร์โด้, ชิคโก้เก๋ อีวานี่ แล้วก็ เลเล่ โอริอาลี่ สามนัก ฟุตบอล สมัยก่อนกลุ่มชาติอิตาลีชุดใหญ่ มาช่วยเป็นสตาฟฟ์ให้รายละเอียดเรื่องดีเทลการซ้อม
เท่านั้นยังไม่เพียงพอ ก่อนตอนยูโรจะเริ่มขึ้นราวๆ3 เดือน สมาพันธ์ฯ ได้แต่งดานิเอเล่ เด คอยสซี่ สมัยก่อนมิดฟิลด์ชุดแชมป์โลกปี 2006 ซึ่งแก่ 37 ปี มาเป็นตัวเชื่อม ระหว่างกรุ๊ปผู้ฝึกสอนที่แก่มาก กับนัก ฟุตบอล ที่แก่น้อยๆให้มีความรู้ความสามารถกัน ไม่ห่างเหินกันจนถึงเหลือเกิน
จะมองเห็นได้ว่า สมาพันธ์ฯ ทราบดีว่ากลุ่มบอลจะเข้มแข็งได้นั้น กลุ่มสตาฟฟ์จำเป็นต้องเข้มแข็งด้วย
เขาเหล่านั้นควรจะมีความน่าไว้วางใจ ให้ผู้เล่นในกลุ่มเห็นด้วย เวลาซ้อม หรือเวลาให้ข้อแนะนำ เด็กๆจะได้กลมเกลียวพร้อมใจยอมรับฟังโดยไม่กระอักกระอ่วน
พอๆกับว่า เว้นเสียแต่มันชินี่แล้ว มีสตาฟฟ์ถึง 5 คน ที่เป็นอดีตนัก ฟุตบอล กลุ่มชาติ (วิอัลลี่, ลอมบาร์โด้, อีวานี่, โอริอาลี่ รวมทั้ง เด รอคอยสซี่)
คนจำนวนไม่น้อยอาจมองว่ากุนซือเก่งผู้เดียวก็เพียงพอ แม้กระนั้นสำหรับในการสร้างกลุ่มให้อดทน ผู้ฝึกสอนสถานที่ทำงานอย่างใกล้ชิดก็จะต้องมีประสิทธิภาพสูงด้วย

อายุรวมทั้งความโด่งดังไม่มีความสำคัญถ้าหากมีคุณภาพ
วิถีทางที่กระจ่างแจ้งของมันชินี่ เป็นถึงเวลาแล้วที่จะมอบโอกาสดาวรุ่งลงไปในสนาม จานฝ่าจิ ดอนที่นารุมม่า ได้เป็นตัวจริงแม้ว่าอายุยังไม่ถึง 20 ปี เหมือนกับเฟเดริโก้เก๋ เคียซ่า ที่สบโอกาสลงเล่น รวมทั้งทำประตูแรกในชื่อกลุ่มชาติ ก็ในสมัยของมันชินี่นั่นแหละ
อายุน้อย แม้กระนั้นถ้าหากสร้างผลดีให้กลุ่มได้ ก็ขาดเหตุผล ที่จะไม่เรียกตัวติดกลุ่มชาติ ซึ่งก็เหมือนกันกับนัก ฟุตบอล อายุเยอะมากๆถ้าหากในบางประเทศ ก็พร้อมจะโละทิ้งไปเลย อย่างอังกฤษ ไม่มีผู้เล่นแก่กว่า 31 ปี แม้กระทั้งผู้เดียว
กับกรณีของมันชินี่นั้น ในวันแรกที่เขาเข้ามาคุมกลุ่มชาติ นัก ฟุตบอล ซีเนียร์ 4 คน ตัวอย่างเช่น จานฝ่าจิ บุฟฟ่อน, ดานิเอเล่ เด คอยสซี่, อันเดรีย บาซาญี่ รวมทั้ง หน้าจอร์โจ้ คิเอลลินี่ ประกาศรีไทร์กลุ่มชาติไปพร้อม แม้กระนั้น มันชินี่ไม่ยอมแพ้กล้วยๆเขาไปพูดจากับผู้ที่คงจะยังเล่นเจริญในระดับที่ค่อนข้างสูงอย่างคิเอลลินี่ (34 ปี) ให้กลับมารับใช้กลุ่มชาติต่อ
ในที่สุดการร้องขอก็สำเร็จผล คิเอลลินี่ป้ายประกาศรีไทร์ไปแล้วครึ่งปี กลับมาเล่นกลุ่มชาติอีกทีเพื่อฝ่า ยูโร 2020 โดยบอกเหตุผลว่า “มีนักเตะดาวรุ่งเยอะมากในกลุ่ม แล้วก็ครั้งคราวผมบางทีอาจช่วยเหลือพวกเขาได้ด้วยประสบการณ์ที่ผมมี”
สิ่งที่มันชินี่ไม่สนใจ ไม่ใช่แค่เรื่องอายุ แม้กระนั้นรวมทั้งเรื่องความดังด้วย พูดอีกนัยหนึ่งนัก ฟุตบอล ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่กลุ่มใหญ่อย่างยูเวนตุๆส หรืออินเตอร์ มิลาน แม้กระทั่งคุณอยู่กับกลุ่มกลางตาราง แต่ว่าถ้าเกิดผลงานเด่นพอเพียง ก็ติดกลุ่มชาติได้
ซาซซูโอโล่ กลุ่มชั้น 8 ในเซเรียอา มีนักเตะ 3 ผู้ที่ติดกลุ่มชาติชุด ยูโร  อย่างเช่น มานูเอล โลติดอยู่เตลลี่, โดมินิเก๋ เบราร์ดี้ และก็ จาวัวบด ราสปาโดปรี่ เทียบกับอินเตอร์ มิลาน กลุ่มแชมป์ลีกแท้ๆแต่ว่ามีนักเตะติดกลุ่มชาติเพียงแค่ 2 คนแค่นั้น (นิโคโล่ บาเรลล่า, อเลสซานโดร บาสโตนี่) น้อยกว่าซาซซูโอโล่เสียอีก
สรุปเป็น จะอายุเยอะแยะ อายุน้อย เล่นกับกลุ่มใหญ่ เล่นกับกลุ่มเล็ก ไม่จำเป็น ทุกคนเสมอภาคหมด ถ้าเกิดถูกเลือกมา แสดงว่าคุณดีพอแล้ว

หากเชื่อถือในสิ่งที่ทำ อย่าหวั่นไหวกับเสียงวิภาควิจารณ์
ความเคลื่อนไหวสำคัญของกลุ่มชาติอิตาลีในสมัยมันชินี่ เป็นแปลงจากระบบ 3 เซ็นเตอร์แบ็ก มาใช้งาน 4-3-3
ในทีแรกๆแฟนบอลอิตาลีมีความกลัว เพราะเหตุว่ารู้จักดีกับระบบแผงหลัง 3 คนมายาวนานหลายปี ตั้งแต่สมัยของอันโตนิโอ คอนเต้ มาจนกระทั่งสมัยของเวนตูร่า แผนนี้มีข้อดีคือ เกมรับแน่นปึ้ก สามเซ็นเตอร์แบ็กตัวใหญ่ ยืนอัดกันแน่นในกรอบจุดโทษใครๆก็เจาะยาก มันเป็นแผนที่มองไม่เป็นอันตรายมากมาย บางทีอาจแพ้ แต่ว่าก็ไม่แพ้เช่นกัน
ในตอนที่เพศผู้เล่น มันชินี่ดันเด็กคนใหม่เยอะไปหมด ตั้งแต่นิโคโล่ บาเรลล่า (ขณะนั้นอยู่กายาปรี่), ซานโดร โตท้องนาลี่, นิโคโล่ ซานิโอโล่ รวมทั้ง อเลสสิโอ โรมันโญลี่
กัซเซตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาหัวใหญ่ที่สุด วิภาควิจารณ์มันชินี่ไว้ในตอนแรกว่า “พวกเราไม่คิดว่ากลยุทธ์เล่นและก็ทางของมันชินี่ จะเหมาะสมกับกลุ่มชาติอิตาลี”
“อิตาลีไม่ราวกับประเทศอื่นในยุโรป พวกเราไม่ใช่กลุ่มที่จะมอบโอกาสกับดาวรุ่งลงในสนาม นักฟุตบอลดาวรุ่งก็จึงควรเล่นในกลุ่ม u-21 ไปก่อน ประเทศพวกเราไม่เสมือนเนเธอร์แลนด์ ที่พร้อมมอบโอกาสมัทไธส์ เดอ ลิกต์ ลงเป็นตัวจริง ตั้งแต่อายุยังไม่ 20 พวกเรามิได้มีแนวทางแบบงั้น”

แม้ว่าจะโดนติติง แม้กระนั้นมันชินี่มีความรู้สึกว่าไอเดียของเขามันโอเคแล้ว เล่นเกมรุกด้วยกรุ๊ปนักฟุตบอลอายุน้อยเป็นแกนหลัก ท้ายที่สุดมันชินี่ก็พิสูจน์ให้มีความคิดเห็นว่า อิตาลีของเขามันก็เข้มแข็งอยู่ ด้วยการเอาชนะใน ยูโร รอบเลือกเฟ้น 10 เกมต่อเนื่องกัน
แต่ว่าแม้กระนั้น ก็ยังไม่วายโดนตั้งปัญหาอยู่ดี โดยกัซเซตต้า เขียนเนื้อหาของบทความว่า “ด้วยความเคารพนับถือ แม้กระนั้นเราไม่คิดว่าคู่ปรปักษ์ในรอบเลือกเฟ้นจะแกร่งอะไร ถ้าเกิดอยากที่จะให้พวกเราเชื่อจริง มันชินี่จำต้องเอาชนะกลุ่มอย่างเยอรมัน, ประเทศฝรั่งเศส หรือ เนเธอร์แลนด์ให้ได้เสียก่อน”
แม้กระทั้งตอน ยูโร เริ่มขึ้นแล้ว ขนาดอิตาลีกระหน่ำประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 3-0 มันชินี่ยังโดนขว้างทริก วิเอร่า คอมเมนต์แซะว่า “อิตาลียังด้อยคุณภาพพอเพียง ที่จะสู้กับกลุ่มใหญ่ได้” ว่านอนสอนง่ายๆเป็นที่ชนะประเทศตุรกี ชนะสวิสมา วิเอร่าเห็นว่ายังไม่พบของแข็งว่างั้นเถิด
แต่ว่าคำวิพากษ์วิจารณ์โน่นล่ะ เป็นบทพิสูจน์ของผู้เข้มแข็ง หากเชื่อถือในสิ่งที่ตัวเราเองทำแล้ว รวมทั้งมองแนวทางมันก็ไปได้สวย ดูแล้วได้โอกาสบรรลุเป้าหมาย ก็อย่าไปหวั่นไหวกับเสียงรอบกาย
note : แต่ว่าจะต้องมองภาวะความเป็นจริง โดยไม่หลอกตัวเองด้วยนะ หากทำทีมล่มจม ไม่มีวี่แว่วว่าจะบรรลุผลสำเร็จ แบบงี้ก็ควรจะฟังบุคคลอื่นเขาบ้าง แต่ว่าอย่างเคสของมันชินี่ ที่ชนะสุดแท้แต่ยังโดนวิภาควิจารณ์อย่างไม่ยุติธรรม แบบงี้เพียงพอจะละเลยไปได้บ้าง

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.